ปัจจุบันสิงคโปร์มีสถิติผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 เกือบ 79,000 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 62 ราย ขณะที่ 82% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ได้รับวัคซีนครบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนหลัก คือ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา หรือวัคซีนทางเลือก คือ ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ป่วยรายวันเพิ่มขึ้นระหว่าง 800-1,000 คน ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ขณะที่ฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จนถึงวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า สัดส่วนของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แล้วอาการหนักจนถึงขั้นต้องเข้าห้องไอซียู หรือเสียชีวิต อยู่ที่ 1.7% ด้านอัตราส่วนของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งฉีดวัคซีนแล้ว มีอาการหนักถึงขั้นต้องเข้าห้องไอซียู หรือเสียชีวิต อยู่ที่เพียง 0.09%

อย่างไรก็ตาม หากจำแนกตามกลุ่มอายุ ปรากฏว่าสถิติสูงขึ้นมาก โดย 15% ของผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 80 ปี ซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู หรือเสียชีวิต เปรียบเทียบกับกลุ่มคนในช่วงวัยเดียวกันซึ่งฉีดวัคซีนแล้ว หากติดเชื้อแล้วมีอาการ มีเพียง 1.79% ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู หรือเสียชีวิต

ตอนนี้ สิงคโปร์มีจำนวนประชากรสูงอายุซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีน อีกประมาณ 87,000 คน นพ.เดล ฟิชเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ประจำโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขาต้องการให้รัฐบาลสิงคโปร์ “มีมาตรการบังคับ” กับกลุ่มคนสูงอายุตั้งแต่ 60 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตมากที่สุด ส่วน นพ.อเล็กซ์ คุก ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำลองรูปแบบการติดเชื้อ ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เสนอว่า การรับรองวัคซีนอย่างเต็มรูปแบบ น่าจะช่วยปูทางสู่การออกคำสั่งในเรื่องนี้ได้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน ยังไม่ชัดเจนว่า มีบริษัทผลิตวัคซีนรายใด ต้องการยื่นเรื่องขอรับรองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบในสิงคโปร์หรือไม่